No. 162 ไม่สู้ฤาจะชนะ

No. 162

ไม่สู้ฤาจะชนะ

Eric Greitens อดีตหน่วยซีล ทำงานจิตอาสาช่วยเพื่อนมนุษย์ ได้นำเสนอแนวทางที่จะช่วยให้ผู้ประสบเรื่องหนักๆในชีวิต ให้ผ่านพ้นมันไปได้อย่างมีความสุข

เมื่อเราเจอสถานการณ์ที่ยากลำบาก เรามักจะเกิดความกลัว ท้อแท้ ผิดหวัง ซึ่งถ้าเราจมปลักอยู่กับมัน มันจะคอยรังควาน ทำให้จิตเราตกต่ำลง ลดทอนพลังงานชีวิตและสติปัญญาของเราไป

ถ้าเราต้องการก้าวข้ามสภาวะนั้นไปให้ได้ เราต้องปรับยกจิตของเราขึ้น(resilience) สร้างความกล้า ชนะความกลัวในอุปสรรค ความล้มเหลว ความเจ็บปวด และเมื่อเราทำสำเร็จ พลังชีวิตและความสุขก็จะไหลท่วมท้นมาที่ตัวเรา

การจะฝึกจิตใจให้เป็นเช่นนี้ได้ ต้องก้าวออกจากพื้นที่สบายเดิม(comfort zone) ลองทำสิ่งใหม่ๆที่ท้าทาย เริ่มจากยากน้อยๆ เจ็บปวดนิดๆ เเล้วค่อยๆเพิ่มยกระดับขึ้น ไม่ต้องสนใจความสมบูรณ์แบบ แต่ยอมรับและเรียนรู้ไปกับความผิดพลาด เป้าหมายของเราก็คือ การดึงศักยภาพที่สูงสุดของเราออกมา และค้นพบได้ถึง “ความหมายและคุณค่าของการมีชีวิต”

การเปลี่ยนแปลงโลกภายนอก(ปัญหา อุปสรรค ความยากลำบาก) แทบเป็นไปไม่ได้เลย แต่การเปลี่ยนแปลงโลกภายใน(จิตใจที่กล้าเผชิญหน้า รับมือ แก้ไข เรียนรู้) มีได้ไม่จำกัด

การฝึกฝนจิตใจเช่นนี้ดูเหมือนยาก แต่ที่จริงแล้วง่าย โดยเริ่มที่ถามหาเป้าหมายให้ได้ก่อนว่า ทำไมถึงต้องทำ ทำไปเพื่ออะไร ยิ่งถ้าเป้าหมายนั้นยิ่งใหญ่มากกว่าตัวเรา เราจะเริ่มมีพลังขึ้นมาทันที(ศรัทธา) จากนั้นทำบ่อยๆ จดจ่อ (วิริยะ สติ สมาธิ)ให้ติดเป็นนิสัย เรียนรู้ ปรับปรุง แก้ไขไปกับกระบวนการ ความผิดพลาด และความล้มเหลว(ปัญญา) เมื่อเราสามารถต่อสู้กับความกลัวได้บ่อยๆ ความกล้าที่จะเผชิญกับความท้าทายใหม่ๆยากๆ ก็จะเพิ่มมากขึ้น เราจะเริ่มสนุก ชีวิตเราจะมีความหมาย และความสุขก็จะเกิดขึ้นกับเรา

เพื่อนๆครับ ไม่มีใครแก่เกินที่จะเรียนรู้และเปลี่ยนแปลงตนเอง กล้าที่จะเผชิญกับความท้าทายใหม่ๆ เป็นเพื่อนกับความล้มเหลวบ่อยๆ แล้วชีวิตจะดีขึ้นแน่นอนครับ

รักจากหมอคิม

2 สิงหาคม 2562

No. 161 กล้าที่จะถูกเกลียด(2)

No. 161

กล้าที่จะถูกเกลียด(2)

เล่มนี้จัดว่าเป็นเหมือน “เข็มทิศ” ที่ช่วยนำทางไปสู่เป้าหมายที่แนะนำไว้ในเล่มแรก คือ “การดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข”

1. มอง ยอมรับ และเคารพ “ความเป็นมนุษย์ที่แตกต่าง”

คนบนโลกนี้ล้วนแตกต่างกัน เราสามารถเข้าใจและมีความรู้สึกร่วมกับผู้อื่นได้ ด้วยการจินตนาการถึงสิ่งที่เขาเห็น จินตนาการถึงสิ่งที่เขาได้ยิน และจินตนาการถึงสิ่งที่เขารู้สึก

2. ถามตัวเองว่า “จากนี้ไปจะทำอะไรอย่างไร”

ใช้ชีวิตแบบไปข้างหน้า ไม่พร่ำเพ้อถึง “คนอื่นเลวร้าย” หรือ “เราช่างน่าสงสาร”

3. เข้าใจถึง “เป้าหมายของพฤติกรรมที่ก่อปัญหา”

พฤติกรรมที่ก่อปัญหา ล้วนมีเป้าหมายที่ค่อยๆก่อตัวและรุนแรงขึ้น เรียงตามลำดับดังนี้ “ต้องการการชื่นชม” “เรียกร้องความสนใจ” “ช่วงชิงอำนาจ” “แก้แค้น” และ “แสดงให้เห็นว่าไร้ความสามารถ”

4. กล้าที่จะ “เป็นตัวเอง”

วิธีใช้ชีวิตที่ดีที่สุดคือ “การเป็นตัวเอง” เป็นแค่คนธรรมดาทั่วไป ไม่ต้องเป็นคนพิเศษ ไม่ต้องให้ใครมาชื่นชม ไม่ต้องให้ใครมาสนใจ ไม่ต้องการมีอำนาจเหนือใคร เพียงเท่านี้ชีวิตเราก็มี “คุณค่า” และมี “ที่ทาง” ของตัวเองในสังคมเสมอ

5. ความสัมพันธ์กับผู้คนอยู่ที่ “ความเชื่อใจ”

ถ้ารักตัวเองไม่เป็น ก็จะรักคนอื่นไม่เป็น และถ้าไม่สามารถเชื่อใจตัวเองได้ ก็จะไม่สามารถเชื่อใจคนอื่นได้ และเมื่อสามารถเชื่อใจคนอื่นได้ ก็เท่ากับเราให้ความเคารพและยอมรับในความเป็นตัวเขา ไม่ยัดเยียดความเห็นหรือความต้องการของเราไปให้เขา ความสัมพันธ์ก็เกิดขึ้น

6. กล้าที่จะ “รัก” เขาก่อน

ความรักไม่ใช่เรื่องของพรหมลิขิต ไม่ต้องมัวรอให้มีคนมารัก แต่ต้องเป็นฝ่ายรักใครสักคนด้วยความตั้งใจก่อน และไม่ต้องสนใจว่าเขาจะคิดอย่างไรกับเรา

ชีวิตนี้แสนสั้นนะครับ เราจะตายจากโลกนี้ไปเมื่อไหร่ไม่รู้ แต่การใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันอย่างมีความหมายและมีความสุข น่าจะเป็นสิ่งที่เราต้องการ ดังนั้นเพื่อนๆครับขอให้เรา “รักคนอื่น พึ่งพาตัวเอง และเลือกวิถีชีวิตของตัวเอง” ทำให้ได้นะครับ

รักจากหมอคิม

22 กรกฎาคม 2562

No. 160 กล้าที่จะถูกเกลียด(1)

No. 160

กล้าที่จะถูกเกลียด(1)

อัลเฟรด แอดเลอร์ จิตแพทย์ชาวออสเตรีย ได้เสนอทฤษฎีจิตวิทยาปัจเจกบุคคล(Individual Psychology) ซึ่งเหมาะกับการแก้ปัญหาและพัฒนาการดำเนินชีวิตในโลกยุคปัจจุบันได้อย่างดีมากจริงๆ

คิชิมิ อิชิโร นักปรัชญาและจิตวิทยา โคะกะ ฟุมิทะเกะ นักเขียนอิสระ ทั้งคู่เป็นชาวญี่ปุ่น อายุต่างกัน 17 ปี แต่สนใจจิตวิทยาแบบแอดเลอร์เหมือนกัน จึงร่วมกันถ่ายทอดออกมาเป็นหนังสือที่ขายดีระดับท๊อปทั้งในญี่ปุ่นและเกาหลี

1. “แผลใจไม่มีอยู่จริง” จงกล้าเปลี่ยนแปลง และดำเนินชีวิตโดยไม่ยอมให้อดีตมาครอบงำ:

ชีวิตของคนเราไม่ได้ถูกกำหนดโดยประสบการณ์ที่ผ่านมา แต่ถูกกำหนดโดยความหมายที่ตัวเรามอบให้แก่ประสบการณ์นั้นมากกว่า เพื่อบรรลุเป้าหมายที่เราต้องการในปัจจุบัน เราเลือกไลฟ์สไตล์แบบนี้ด้วยตัวเราเอง

2. ความทุกข์ใจทั้งหมดล้วนเกิดจาก “ความสัมพันธ์กับผู้คน”:

ใช้ชีวิตที่เป็นอิสระในแบบที่ตัวเราต้องการ ไม่ต้องแข่งขันหรือเปรียบเทียบกับใคร แค่มุ่งที่จะก้าวไปข้างหน้า เลิกปรารถนาการยอมรับ เลิกใช้ชีวิตตามความคาดหวังของคนอื่น เลิกกังวลว่าคนอื่นจะมองเราอย่างไร ไม่ก้าวก่ายธุระของคนอื่น และไม่ยอมให้คนอื่นมาก้าวก่ายธุระของเรา (กล้าที่จะถูกเกลียด)

3. เป้าหมายด้านพฤติกรรมคือ “พึ่งพาตัวเองได้” และ “ใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้ดี”:

นั่นหมายถึงเราต้องรู้สึกให้ได้ก่อนว่า ตัวเองมีความสามารถ และทุกคนเป็นมิตรของเรา ยอมรับตัวเอง เชื่อใจคนอื่น ช่วยเหลือคนอื่น

4. จงยอมรับตัวเอง ไม่ใช่มั่นใจตัวเอง:

กล้าที่จะเป็นคนธรรมดา ยอมรับว่าตัวเองทำไม่ได้ ในเรื่องที่ทำไม่ได้จริงๆ แต่ในขณะเดียวกัน ก็พัฒนาตัวเองให้สามารถทำสิ่งนั้นได้ในที่สุด ไม่มอง “สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้” แต่หันไปสนใจ “สิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้”

5. จงใช้ชีวิตให้เหมือนการเต้นรำ:

ชีวิตคนเราคือจุดที่เชื่อมต่อกัน เหมือนการเต้นรำที่ออกจากจุดเริ่มต้น แล้วเต้นตามจังหวะเพลงไปเรื่อยๆ ในแต่ละวินาที ไม่มีจุดหมาย ไม่รู้ว่าจะจบตรงไหน ขอแค่เราทุ่มเทให้กับ “วินาทีนี้” อย่างสุดกำลังก็พอแล้ว

แนวคิดแบบแอดเลอร์น่าสนใจมากๆ ผมว่ามันเวิร์คจริงๆครับ เพื่อนๆลองนำไปใช้ดูได้เลยครับ

รักจากหมอคิม

18 กรกฎาคม 2562

No. 159 ศาสตร์แห่งความสำเร็จ

No. 159

ศาสตร์แห่งความสำเร็จ

Isaiah Hankel ป.เอก ชีววิทยา โค้ชด้านความสำเร็จ นักเขียนหนังสือขายดี ได้บอกเล่าถึงหลัก 3 ข้อที่จะนำพาให้เราประสบความสำเร็จในทุกเรื่องที่เราต้องการ

1. Selective Focus: เลือกจดจ่อ ฝึกฝน และทำเฉพาะสิ่งที่ต้องการ เพื่อให้เราได้ใช้พลังใจกับเรื่องนั้นได้อย่างเต็มที่

2. Creative Ownership: สร้างสรรค์ผลงานที่เป็นตัวเรา จากพรสวรรค์ ความรู้ และประสบการณ์ของเรา

3. Pragmatic Growth: วางแผน และลงมือปฏิบัติให้เกิดผล เริ่มจากเล็ก ทำต่อเนื่องจนเป็นนิสัย ขยายไปสู่เป้าใหญ่

ความสำเร็จอยู่ที่ใจมุ่งมั่น ตั้งมั่น “ธรรมทั้งหลายมีใจเป็นใหญ่ มีใจเป็นประธาน ทุกอย่างสำเร็จได้ด้วยใจ”

รักจากหมอคิม

12 กรกฎาคม 2562

No. 158: 6 อุปนิสัยพัฒนาสู่ผู้มีประสิทธิภาพสูง

No. 158

6 อุปนิสัยพัฒนาสู่ผู้มีประสิทธิภาพสูง

Brendon Burchard โค้ชด้านการเพิ่มประสิทธิภาพ ได้นำเสนออุปนิสัย 6 ประการ ที่เมื่อฝึกฝนเเล้ว จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้เกิดขึ้นในชีวิตได้จริง

1. ค้นหาความชัดเจน(Seek clarity): ตัวเอง-คุณลักษณะ ความเก่ง, บริบทรอบตัว-สังคม, เป้าหมาย-งาน ชีวิต

2. เสริมสร้างพลังให้กับชีวิต(Generate energy): ออกกำลังกาย คิดและมองโลกในด้านบวก

3. เสริมแรงกระตุ้นจากภายนอก(Raise necessity): ทำเพื่อผู้อื่น ทำเพื่อสังคม ทำเพื่อโลก

4. จดจ่อกับงานที่สำคัญและให้คุณค่าก่อนเสมอ(Increase productivity): ลดตัวกวน วางแผนและจดจ่อจนสำเร็จ

5. เสริมพลังให้ทีม(Develop influence): ชื่นชม ให้กำลังใจทีมงาน ขอความช่วยเหลือเมื่อต้องการ

6. กล้าเสี่ยงและทำสิ่งที่ท้าทาย(Demonstrate courage): ออกจากพื้นที่เดิม เปิดตัวสู่โลกภายนอก มองหาโอกาสใหม่

ถ้าเพื่อนๆอยากทำอะไรได้มากมายในชีวิต ก็ลองฝึกอุปนิสัย 6 ข้อนี้กันได้เลยครับ

รักจากหมอคิม

8 กรกฎาคม 2562

No. 157 ยุคนี้ผู้รอบรู้เป็นผู้ชนะ

No. 157

ยุคนี้ผู้รอบรู้เป็นผู้ชนะ

เรามักเชื่อกันว่าการเป็นผู้เชี่ยวชาญ-รู้ลึก(Specialist) ดีกว่าการเป็นผู้รอบรู้-รู้กว้าง(Generalist) แต่ David Epstein ป.โท ด้านวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม และนักเขียนหนังสือขายดี ได้นำเสนอข้อมูลที่ช่วยให้เราได้เปลี่ยนมุมมองในเรื่องนี้ สรุปสั้นๆคือ

1. Sampling period: อย่างเพิ่งรีบร้อนกระโจนและทุ่มตัวฝึกฝนเป็นผู้เชี่ยวชาญอันใดอันหนึ่งเร็วเกินไป ใช้เวลาเรียนรู้และทดลองให้หลากหลายเสียก่อน ดูว่าเราเหมาะ ถนัด ชอบ ทำได้ดีในสิ่งไหน แล้วค่อยจดจ่อมุ่งไปตรงนั้น มันไม่ช้าหรอก แต่จะเกิดผลดีกว่า (Late Specialization)

2. Slow & Mistake learning: การเรียนรู้อย่างช้าๆ ลองผิดลองถูก เรียนรู้จากข้อผิดพลาด จะช่วยให้เราได้รับความรู้ที่แน่น และมั่นคงมากขึ้น จงกล้าที่จะออกไปเรียนรู้ พบและทนกับความผิดด้วยใจที่สนุกสนานและตื่นเต้น

3. Overspecialization-อันตราย: เพราะเขาจะมองและใช้แต่ความเชี่ยวชาญของเขา จนมองไม่เห็นความจริงอื่นที่สำคัญไป ดังนั้นจึงควรเรียนรู้ให้หลากหลาย รู้กว้างไม่ตกหลุมรู้ลึก

4. Switching & Quit: ถ้าทำมานานแล้วมันไม่ใช่ก็เปลี่ยนหรือเลิกซะ อย่าทู่ซี้ อย่ายึดมั่น ชีวิตจะดีขึ้น

5. Test and Learn: ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา รวมทั้งตัวเรา ทดสอบและเรียนรู้ตลอดเวลาเพื่อปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลง ไม่มีแผนแน่นอน มีแต่แผนชั่วคราวณตอนนั้น มองหาทางเลือกที่ดีที่สุด

6. Outsider feedback: มั่นมองหาและรับการสะท้อนกลับจากภายนอกตลอดเวลา ยิ่งต่างจากเรามากเท่าไหร่ยิ่งดี

สรุป: โลกปัจจุบันนั้นซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงเร็วมาก ความท้าทายก็คือ เราต้องขยายความรอบรู้ และประสบการณ์ของเราออกไปให้กว้างขึ้น อย่าเพิ่งรีบร้อนตกหลุมยั่วยวนการเป็นผู้เชี่ยวชาญอันใดอันหนึ่ง ต่อเมื่อเราพบสิ่งที่เรารัก ชอบ ถนัด ทำได้ดีแล้ว ค่อยทุ่มเวลาจดจ่อเพิ่มลงไป แต่ถึงกระนั้นก็ต้องระวังการตกหลุมพลางความเชี่ยวชาญของเรา เรายังคงต้องเรียนรู้ คิด หรือขอความคิดเห็น จากผู้เชี่ยวชาญอื่น รวมทั้งประสบการณ์จริงรอบตัวด้วย

รักจากหมอคิม

1 กรกฎาคม 2562

No. 156 หัวใจตื่นรู้

No.156

หัวใจตื่นรู้

ธรากร และณัฐนภ ได้นำเสนอ 7 ขั้นตอนของการตื่นรู้ สู่ความสุขที่แท้จริง

ผมขอนำเสนอย่อแบบ Mindmap สำหรับผู้ที่เห็นแมปแล้วเข้าใจ ก็ขอให้ใช้แมปเตือนใจตัวเองเสมอๆ ส่วนผู้ที่ไม่เข้าใจ แนะนำให้ไปหาหนังสือเล่มนี้มาอ่าน เพื่อความเข้าใจ เข้าแจ้ง พาหัวใจสู่การตื่นรู้นะครับ

รักจากหมอคิม

23 พฤษภาคม 2562