No. 121 พูดอังกฤษได้อย่างง่ายๆ

No. 121

พูดอังกฤษได้อย่างง่ายๆ

A.j.Hoge เป็นครูสอนภาษาอังกฤษมืออาชีพระดับโลก เขาประสบความสำเร็จอย่างมากในการสอนผู้คนให้พูดภาษาอังกฤษ วิธีการของเขาน่าสนใจมากๆครับ

1. เริ่มที่จิตวิทยาสำคัญที่สุด: มีไฟ มีพลัง กระตือรือร้น ตื่นตัว ยืดหยุ่น กล้า ไม่กลัวข้อผิด มั่นใจ มีเป้าหมาย มีแรงจูงใจ เชิดหน้า ยืดอก ยิ้ม มองเห็นภาพตัวเองพูดอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว ลื่นไหล

2. ไม่เข้าห้องเรียน ไม่อ่านตำรา: ออกไปเล่น แสดงท่าทาง ใช้ภาษาจริง และออกเสียงให้ดัง เรียนจากอินเตอร์เน็ต

3. เรียนและพูดเป็นวลีหรือประโยค ไม่ใช่คำ: จดจำ บันทึกลงสมุดเพื่อทบทวนนำไปใช้ จากพจนานุกรมอังกฤษ-อังกฤษ ภาพยนตร์ บทความ หนังสือ เขียนแหล่งที่มาด้วย เพื่อช่วยความจำ

4. ฝึกออกเสียงบ่อยๆ: เช่น จากตัวแสดงในภาพยนตร์

5. ลืมไวยากรณ์ไปก่อน: เพราะจะทำให้การพูดติดขัด ช้า ไม่เป็นธรรมชาติ น่ารำคาญ

6. เรียนจาการฟังให้มากกว่าการอ่าน: ใช้เวลาฝึกฟังให้มากกว่า 80% ไม่ต้องกังวลเรื่องไม่เข้าใจ เพราะมันเป็นเรื่องของจิตไร้สำนึก เราไม่เรียนการสนทนาภาษาผ่านจิตสำนึก(เพราะมันเร็วมาก ไม่ทัน) ดังนั้นเราฟังแบบพอเข้าใจรวมๆ ไม่ต้องแปลออกทุกคำพูด แต่ก็ต้องไม่ยากจนไม่รู้เรื่องเลย ทางที่ดีเริ่มจาก Easy English

7. ทบทวนฟังซ้ำบ่อยๆ จนเรียนรู้และเข้าใจได้ครบถ้วน(เรียนระดับจิตสำนึก) ดังนั้นเพื่อไม่ให้น่าเบื่อ ก็ต้องเป็นเรื่องที่เราชอบและสนใจ จากนั้นก็เริ่มออกเสียงเลียนแบบ ใส่อารมณ์ ความรู้สึก และแสดงท่าทางออกมา

8. ฝึกไวยากรณ์ผ่านการฟัง การอ่าน และการเล่าเรื่อง: ไม่ต้องท่องจำกฏไวยากรณ์ (Spoken grammar not Rule grammar)

9. ไม่เน้นรูปแบบตามตำรา แต่ศึกษาจากภาษาอังกฤษที่ใช้จริงในชีวิต: นอกจากการสนทนาสบายๆตามปกติแล้ว มีแหล่งที่ฟังได้จาก podcast, audio books, BBC, CNN, Movies….

10. การอ่านจะช่วยเพิ่มคำศัพท์ และทักษะในการเขียน

11. ฝึกพูดแบบเร็วๆโดยไม่ต้องคิด: เช่น หยิบหัวข้อเรื่องมาแล้วพูดทันที หรือฟังเรื่องเล่าจบแล้วเล่าซ้ำเดิมต่อทันที แต่เล่าในแบบสไตล์เรา ไม่ได้ท่องจำ

12. จัดตารางเวลาฝึกภาษาอย่างเข้มข้น: ทำติดต่อกันนาน 6 เดือน สร้างบรรยากาศรอบตัวให้มีเสียงภาษาอังกฤษ เข้าชุมชนกลุ่มคนพูดอังกฤษ

13. อ่านหนังสือที่มีหนังสือเสียงคู่มาด้วย: นอกจากช่วยเรื่องการออกเสียงที่ถูกต้องแล้ว ยังช่วยให้อ่านได้เร็วขึ้นด้วย

14. ฝึกเขียนเรื่องราวประจำวัน: เขียนทุกวัน เขียนง่ายๆ เขียนสั้นๆ เขียนจากใจ เขียนลื่นไหล เขียนต่อเนื่อง ไม่หยุดคิด ไม่หยุดเขียน หยุดเมื่อหมดเวลาที่กำหนด เช่น 10 นาที วันที่สองก็มาอ่านที่เขียนเดิม แล้วแก้ไขให้ดีขึ้น วันที่สามเขียนเรื่องใหม่ วันที่สี่ก็เขียนแก้ไขเรื่องนั้น ถ้าเป็นบทความยาว เรื่องสำคัญ หรือวางแผนตีพิมพ์ ก็หาบรรณาธิการมืออาชีพมาช่วยแก้ให้

สรุป: สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการฝึกพูดคือ “การฝึกฟัง” บ่อยๆ แล้วเลียนแบบ พูดตามที่ได้ยิน ลักษณะเดียวกับเด็กฝึกพูด ทำบ่อยๆ ซ้ำๆ ด้วยความสนุก ไม่กลัวผิด จะประสบความสำเร็จแน่นอนครับ

รักจากหมอคิม

4 กุมภาพันธ์ 2562