No.179 ทิพยอำนาจ

No.179

ทิพยอำนาจ

การฝึกจิต หรือที่เรียกอีกอย่างว่า การเจริญภาวนา(meditation)นั้น ทางพุทธเราแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

1. สมถภาวนา หมายถึง การฝึกจิตให้สงบ นิ่ง มีพลัง มีทิพยอำนาจ(อำนาจพิเศษเหนือคนธรรมดา)

2. วิปัสสนาภาวนา หมายถึง การฝึกจิตให้ตื่นรู้ เท่าทันความเป็นจริง(ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไม่ใช่ตัวตน) หลุดพ้นจากกิเลส และกองทุกข์

ทิพยอำนาจ มีชื่อเรียกอื่นคือ อภิญญา หรือวิชชา 8 ประการ อันได้แก่

1. อิทธิวิธิญาณ: ฤทธิ์ต่างๆ

2. มโนมยิทธิ: ฤทธิ์สำเร็จด้วยใจ

3. เจโตปริยญาณ: อ่านใจผู้อื่น

4. ทิพพโสตญาณ: หูทิพย์

5. ปุเพนิวาสานุสติญาณ: ระลึกชาติได้

6. ทิพพจักขุญาณ: ตาทิพย์

7. จุตูปปาตญาณ: รู้ถึงวาระกรรม เกิดตาย

8. อาสวักขยญาณ: รู้จักทำอาสวะให้สิ้น

ทิพยอำนาจ จะมีได้ต้องเจริญสมถภาวนาจนถึง ฌาน4 ขึ้นไป

รูปฌาน 4 มีดังนี้

1. ปฐมฌาน(ฌาน1) – วิตก วิจาร ปิติ สุข เอกัคคตา

2. ทุติยฌาน(ฌาน2) – ปิติ สุข เอกัคคตา

3. ตติยฌาน(ฌาน3) – สุข เอกัคคตา

4. จตุตถฌาน(ฌาน4) – เอกัคคตา

ความหมายขององค์ฌานมีดังนี้

วิตก – จิตยกขึ้นสู่อารมณ์ (จิตจดจ่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง)

วิจาร – จิตติดตามพิจารณาอารมณ์นั้น (จิตเกาะติดสิ่งนั้น)

ปิติ – จิตชุ่มชื่น เบิกบาน

สุข – จิตเบา สบาย โล่ง

เอกัคคตา – จิตสงบ นิ่ง อิสระ เป็นหนึ่ง

การเจริญสมถภาวนา หรือเรียกง่ายๆว่า “การทำสมาธิ” นั้น นอกจากจะมีประโยชน์มากทั้งต่อสุขภาพกาย ใจ ยกระดับจิตให้สูงขึ้น รวมทั้งทำให้จิตมีพลังอำนาจพิเศษแล้ว ยังสามารถเป็นบาทฐานไปสู่ การเจริญวิปัสสนา เพื่อการหลุดพ้นจากกองทุกข์ทั้งปวงได้อีกด้วย

รักจากหมอคิม

30 ธันวาคม 2562