No. 156 หัวใจตื่นรู้

No.156

หัวใจตื่นรู้

ธรากร และณัฐนภ ได้นำเสนอ 7 ขั้นตอนของการตื่นรู้ สู่ความสุขที่แท้จริง

ผมขอนำเสนอย่อแบบ Mindmap สำหรับผู้ที่เห็นแมปแล้วเข้าใจ ก็ขอให้ใช้แมปเตือนใจตัวเองเสมอๆ ส่วนผู้ที่ไม่เข้าใจ แนะนำให้ไปหาหนังสือเล่มนี้มาอ่าน เพื่อความเข้าใจ เข้าแจ้ง พาหัวใจสู่การตื่นรู้นะครับ

รักจากหมอคิม

23 พฤษภาคม 2562

No.155 สาส์นจากเทพโอริน

No.155

สาส์นจากเทพโอริน

ซาเนยา โรมานซ์ เกิดญาณทัศนะ(การหยั่งรู้)ขณะทำสมาธิ ซึ่งอาจเรียกว่า การรับสาส์น ฟ้าทำนาย การเชื่อมต่อกับตัวตนขั้นสูงหรือจิตจักรวาล ส่วนเธอเรียกผู้นำทางนี้ว่า “โอริน” บรมครูผู้ทรงปัญญา และนี่คือ “คำสอนจากโอริน”

1. รู้จักธาตุแท้ของตนเอง เป็นตัวเอง มอบความรักเมตตาและความเบิกบานให้กับตัวเอง

2. ทิ้งอดีตที่เลวร้าย สร้างจินตนาการและคุยกับตัวเองที่ดีในอนาคต

3. หยุดเปรียบเทียบตัวเองกับผู้อื่น หยุดให้ร้ายหรือควบคุมผู้อื่น จงเมตตา และให้อภัย

4. เคารพตนเอง นับถือตนเอง เห็นคุณค่าตนเอง ซื่อสัตย์กับตนเอง

5. ขัดเกลาอัตตา ไม่ทะนงหรือถ่อมตนจนเกินไป เข้าถึงธาตุแท้ของตนเอง

6. รู้จัก ยอมรับ และโอบกอดทุกตัวตนในตัวเรา เพราะเรามีหลายบุคลิกภาพในตัวเอง

7. เปิดรับ และร้องขอสิ่งดีๆที่เราต้องการจากจักรวาล ใช้กฎแห่งแรงดึงดูด

8. เห็นคุณค่า และขอบคุณสิ่งดีๆที่เกิดขึ้นกับเรา ด้วยการพูดและการเขียนบันทึก

9. หมั่นเข้าหาความสงบภายใน ความนิ่ง เงียบ ลดความพอใจทางวัตถุ เข้าถึงธรรมชาติ ทำสมาธิ

10. ใช้ชีวิตด้วยความกระจ่างแจ้งใน จุดมุ่งหมายชีวิต ความตั้งใจ แรงจูงใจ ข้อตกลง และการสื่อสาร

11. ใช้ชีวิตด้วยความกลมกลืนระหว่าง ธาตุแท้ ความคิด ร่างกาย ความรู้สึก และจิตวิญญาณ

เพื่อนๆครับ การใช้ชีวิตอย่างมีสติและสัมปชัญญะ รู้แน่ชัดว่าเราต้องการอะไรจริงๆในชีวิต เราเกิดมาบนโลกนี้เพื่ออะไร การกระทำของเราจะค่อยๆเปลี่ยนไป ชีวิตเราก็จะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น และในแบบที่เราต้องการ

ขอให้เพื่อนๆโชคดี มีความสุขกับชีวิตที่เลือกนะครับ

รักจากหมอคิม

18 พฤษภาคม 2562

No. 154 ทำงานอย่างมีอิสรภาพ

No. 154

ทำงานอย่างมีอิสรภาพ

ทำงานหนัก เก็บออม เพื่อมีความสุขในวัยเกษียณ เข้าทำนอง “อดเปรี้ยว ไว้กินหวาน” อาจจะไม่เป็นจริงตามนั้นแล้ว แต่จะมีวิธีทำงานแบบอื่นอีกไหม ที่ทำให้เรามีอิสรภาพทั้งในเรื่อง เวลา รายได้ และสถานที่

Tim Ferris จากหนังสือขายดี The 4-Hour Workweek ได้นำเสนอวิธีที่พิสูจน์ว่าได้ผล “DEAL”

1. Definition (life): ให้นิยามชีวิตที่เราต้องการจริงๆตอนนี้

2. Elimination (time): เลือทำแต่สิ่งที่ใช่ และให้ผลมาก(กฎ 20/80) ในเวลาน้อยที่สุด ตัดสิ่งไม่สำคัญที่ดึงเวลาเราออกไป

3. Automation (income): สร้างระบบที่สามารถมีรายได้อัตโนมัติ เช่น outsource, agency, virtual assistants, partners, digital platform เป็นต้น

4. Liberation (mobility): ปรับระบบการทำงานให้เราสามารถทำงานที่ไหนก็ได้ รวมทั้งได้ผลิตผลที่สูงขึ้น

เพื่อนๆครับ เงินคงไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของความสุข แต่การสามารถใช้ชีวิตอย่างมีอิสรภาพ ที่เราสามารถออกแบบได้เอง มีความสนุก ตื่นเต้น ท้าทาย เป็นไปตามความฝัน น่าจะเป็นชีวิตที่ดีกว่า จริงไหมครับ

รักจากหมอคิม

5 พฤษภาคม 2562

No. 153 เคล็ดลับความสำเร็จที่เหล่ากูรูอยากบอก

No. 153

เคล็ดลับความสำเร็จที่เหล่ากูรูอยากบอก

Tim Ferris ได้ทำการสัมภาษณ์ที่ปรึกษา ผู้ประสบความสำเร็จ ผู้นำระดับโลก ว่าพวกเขาเหล่านั้นมีเคล็ดลับการใช้ชีวิตอย่างไรที่นำพาพวกเขาให้ไปสู่ความสำเร็จตามที่ต้องการ

1. อ่านหนังสือดี ที่ชี้นำและสร้างแรงบันดาลใจ

2. เรียนรู้จากความล้มเหลว ใช้เป็นเครื่องมือการเรียนรู้ และพัฒนาตัวเอง

3. ลงทุนในตัวเอง เช่น ทักษะความเชี่ยวชาญในวิชาชีพ ภาษา สุขภาพกาย สุขภาพจิต เป็นต้น

4. พัฒนาตัวเองด้วยการ อยู่ในสังคมชุมชนที่ทำเรื่องที่เราสนใจ จัดสิ่งสำคัญในชีวิตให้มาก่อน มองโลกในมุมที่ต่างจากคนอื่น

5. กล้าปฏิเสธผู้อื่น และมีเวลาให้กับตัวเอง

6. จดจ่อทุ่มเทกับสิ่งที่เรารักในปัจจุบัน อย่ากลัวกับอนาคต

7. อย่าหลงเชื่อกระแสตามๆกัน เป็นตัวของตัวเองในแบบที่ดีที่สุด

8. ทำดีและให้คุณค่ากับตัวเองและผู้อื่น

ขอให้เพื่อนๆพบกับความสำเร็จในแบบที่ฝันนะครับ

รักจากหมอคิม

28 เมษายน 2562

No. 152 เป็นตัวคุณในแบบที่เจ๋งที่สุด

No. 152

เป็นตัวคุณในแบบที่เจ๋งที่สุด

Jen Sincero โค้ชชีวิต นักเขียน นักพูด เธอนำเสนอวิธีที่ทำให้เราสามารถใช้ชีวิตในแบบที่เราต้องการได้อย่างเยี่ยมที่สุด

คนส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้ชีวิตตามที่ตัวเองชอบ หรือทำสิ่งที่ตัวเองใฝ่ฝัน แต่มักทำตามเสียงภายนอก ทำตามผู้อื่น ทำเพราะผู้อื่น ซึ่งส่วนใหญ่มักมาจากความกลัว เราหลงลืมเสียงภายในของเรา

ความคิดลบที่ค้างอยู่ในจิตใต้สำนึกของเรา ทั้งที่ส่งจากผู้อื่นและจากตัวเราเอง มันคือตัวคอยบงการชีวิตเรา ให้ไหลไปในทางลบ และจำกัดศักยภาพและความทะเยอทะยานของเรา ดังนั้นเราจึงต้องหยุดรับความคิดลบเหล่านั้น เเล้วหันกลับมารักเมตตาตัวเอง ปรารถนาสิ่งดีๆให้กับตัวเอง พูดคุยกับตัวเองในทางที่ดีเป็นบวก เลิกเอาใจหรือเปรียบเทียบตัวเองกับผู้อื่น

เมื่อเราคิดบวกคิดถึงสิ่งที่เราต้องการ เราก็จะเริ่มส่งคลื่นพลังงานบวกออกไป ซึ่งจะไปดึงดูดสิ่งดีที่เป็นพลังบวกกลับมาหาเรา ไม่มัวแต่คิดอย่างเดียว แต่ต้องลงมือทำด้วย สร้างบรรยากาศที่เอื้ออำนวยต่อสิ่งนั้น แสดงออกว่าเราเป็นเช่นนั้นไปแล้วจริงๆ แล้วเราก็จะได้เป็นเช่นนั้นจริงๆ เรียกว่า “กฎแห่งแรงดึงดูด” The law of attraction ยิ่งเราทำได้ชัดเจนมากเท่าไหร่ ทำบ่อยมากเท่าไหร่ ผลลัพธ์ที่เราได้ก็จะตรงและเร็วไปตามนั้น

ถามตัวเองให้แน่ชัดว่า เราต้องการสิ่งนั้นจริงๆนะ เราต้องการมันไปทำไม เพื่อตัดความสงสัย ความลังเล และการผลัดวันประกันพรุ่งออกไป และเมื่อพบกับความล้มเหลวก็ไม่หยุด แต่ให้มองหาข้อผิดพลาดเพื่อการเรียนรู้ แก้ไข พัฒนา แล้วเดินหน้าต่อ

เราสามารถเพิ่มพลังจิตที่เป็นบวกนี้ได้ผ่านการทำ “สมาธิ” เป็นประจำทุกวัน

เราสามารถเพิ่มพลังบวกให้กับชีวิตเราได้อีกด้วยการเปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ แสดงความขอบคุณกับสิ่งต่างๆที่เกินขึ้นทุกวัน ให้อภัยผู้อื่นและตัวเองในความผิดพลาดหรือสิ่งไม่ดีที่เกิดขึ้น

มาใช้ชีวิตให้สุดเจ๋งในแบบที่เราต้องการกันนะครับ

รักจากหมอคิม

26 เมษายน 2562

No. 151 ดิจิตอลน้อยลง ชีวิตจะดีขึ้น

No. 151

ดิจิตอลน้อยลง ชีวิตจะดีขึ้น

ถึงแม้ว่าดิจิตอลจะช่วยให้ชีวิตเราสะดวกสบายขึ้น แต่ดิจิตอลก็ดึงความสุขที่แท้จริงของชีวิตเราไป

เพียงเราตัดลดการใช้ดิจิตอลที่ไม่มีประโยชน์ เช่น fb, line, twitter, Instagram, games, music, movie ….. เราก็สามารถมีเวลาไปเลือกทำสิ่งที่มีคุณค่ากับชีวิตเราได้มากมาย เช่น อ่านหนังสือ ออกกำลังกาย เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ใช้เวลากับคนที่เรารักอย่างจริงจัง จดจ่อกับงานที่กำลังทำ รวมทั้งอยู่กับตัวเองเงียบๆสงบ

ขอเพียงความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะมีชีวิตที่ดีขึ้น ตัดลดการใช้ดิจิตอลลง ใช้ชีวิตจริงๆมากขึ้น เราก็จะสามารถควบคุมชีวิตให้มีความสุขอย่างยั่งยืนได้แน่นอนครับ

รักจากหมอคิม

17 เมษายน 2562

No. 150 จดจ่อตั้งใจกับงาน

No. 150

จดจ่อตั้งใจกับงาน

ในโลกเทคโนโลยีปัจจุบัน เรามักจะถูกดึงความสนใจออกไป(distraction)จากงานที่เราตั้งใจจะทำ หรือเราก็มักจะทำอะไรหลายอย่างพร้อมๆกัน(multitasking) ซึ่งทั้งสองอย่างนี้ล้วนทำให้ประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการทำงานเราต่ำลง แต่เราก็แก้ไขมันไม่ได้สักที

Cal Newport อาจารย์ computer science แห่ง Georgetown U. ได้แนะนำหลักการที่ช่วยให้เราสามารถจดจ่อกับงานที่เราทำได้ทีละเรื่อง เพื่อเพิ่ม productivity ดังนี้

1. The monastic approach: ทำตัวเหมือนพระ ตัดสิ่งกวนใจออกจากตัวไปให้หมด

2. The bimodal approach: กำหนดเวลายาวที่เราจะจดจ่อกับงานอย่างเต็มที่ ส่วนเวลาที่เหลือให้เป็นเวลาอิสระ

3. The rhythmic approach: กำหนดเวลางานเป็นบล๊อกๆ เช่น บล๊อกละ 30-90 นาที

4. The journalistic strategy: ดึงเวลาว่างที่กระจัดกระจายในแต่ละวัน มาจัดให้เป็นเวลาที่สามารถจดจ่อกับงานได้

นอกจากนี้ยังต้องหาตัวช่วยที่จะทำให้เรามีพลังในการจดจ่อกับงานได้มากขึ้น คือ

1. หาพื้นที่ส่วนตัว ปราศจากการรบกวน (define your space)

2. ตัดสิ่งรบกวน (define boundaries) เช่น โทรศัพท์ อินเตอร์เน็ต

3. เพิ่มพลังให้กับตัวเอง เช่น ออกกำลังกายเบาๆ อาหาร กาแฟ เป็นต้น

และเมื่อเราสามารถจัดเวลาจดจ่อกับงานได้แล้ว เราก็ต้องจัดเวลากับสิ่งดีๆให้กับชีวิตเราด้วย เช่น อ่านหนังสือ ออกกำลังกาย ใช้เวลากับครอบครัว เพื่อน เป็นต้น

หวังว่าเพื่อนๆจะได้จัดเวลาใช้ชีวิตทำในสิ่งที่ต้องการได้อย่างเต็มที่นะครับ

รักจากหมอคิม

16 เมษายน 2562