No.202 ได้ทำสิ่งที่รักอย่างไม่ติดหล่ม

No. 202

ได้ทำสิ่งที่รักอย่างไม่ติดหล่ม

ชีวิตเราจะมีความสุขอย่างมากถ้าได้ทำในสิ่งที่รัก แต่หลายครั้งปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือ จะรู้ได้อย่างไรว่าอะไรคือสิ่งที่เรารักจริงๆ หรือถ้าเจอสิ่งที่รักแล้วแต่ก็ต้องเจออุปสรรค เราจะล้มเลิกมันไหม หรือถ้าเราได้ทำสิ่งที่รักแล้วแต่เกิดเบื่อจะทำอย่างไร หรือการหาเลี้ยงชีพด้วยการทำสิ่งที่เรารัก มันจะเป็นไปได้ไหม ลองมาฟัง Brad Stulberg และ Steve Magness ผู้เป็นทั้งโค้ช อาจารย์ นักวิจัย และนักเขียน กันดูครับ

• เมื่อเราได้ทำบางสิ่งบางอย่างที่ก่อให้เกิดความสุข สมองจะหลั่งสารชื่อ “โดปามีน” ซึ่งทำให้เราตื่นตัว กระฉับกระเฉง แต่เนื่องจากมันจะลดระดับลงเร็วมาก ร่างกายจะโหยหาโดปามีน ทำให้เกิดความอยากที่จะได้ทำสิ่งนั้นอีก แต่การกระตุ้นสมองครั้งต่อไปเพื่อให้หลั่งโดปามีน เราจะต้องทำสิ่งเดิมในปริมาณที่เพิ่มขึ้น เพราะสมองเริ่มเคยชิน และเมื่อเราทำต่อไปเรื่อยๆ เราก็จะเริ่มเสพติดสิ่งที่เราทำนั้น

• ดังนั้นถ้าเราได้ทำสิ่งที่รัก ความสุขที่เกิดขึ้นก็จะทำให้เราทำสิ่งนั้นต่อไปได้เรื่อยๆ ผลงานที่ออกมาก็จะยิ่งใหญ่ไปตามเวลาที่เราทุ่มเท ปัญหาต่อไปคือ อะไรคือสิ่งที่เรารักจริงๆ

• การค้นหาสิ่งที่เรารักไม่ควรทุ่มเวลาทั้งหมดไปที่สิ่งเดียว เพราะนอกจากต้องเสียเวลานานแล้ว เมื่อเจออุปสรรคแรงๆ เราอาจเบื่อ ท้อ หมดแรง จนล้มเลิกสิ่งนั้นไป ดังนั้นการค้นหาควรเริ่มจากการลองทำหลายสิ่ง อย่างละน้อยก่อน เเล้วค่อยๆเพิ่มแรงเพิ่มเวลาลงไป ตามความชอบตามหัวใจที่เรียกร้อง แล้วสิ่งที่เรารักจริงๆจะค่อยๆผุดออกมา

• ถ้าเป็นนักเรียนก็จะรู้ว่าควรเรียนสาขาไหน ถ้าเป็นผู้ใหญ่ก็จะรู้ว่าควรทำงานอะไร กรณีงานที่รักและชอบยังไม่สามารถทำเป็นอาชีพเลี้ยงตัวได้ เราก็ทำแบบงานอดิเรกสนุกเพิ่มประสบการณ์ไปก่อน ต่อเมื่อชำนาญ มีรายได้เพิ่มมากขึ้น ก็ค่อยๆขยายเวลาออก จนสามารถทำเป็นอาชีพแบบเต็มตัวได้

• หลุมพลางของการทำสิ่งที่เรารักคือ การคาดหวังผลลัพธ์(เงิน ชื่อเสียง) ความกลัว(อุปสรรค ล้มเหลว) และการบริหารเวลา เราจะก้าวข้ามสองหลุมพลางแรกด้วยการจดจ่อที่กระบวนการในการทำสิ่งที่เรารัก สนุกกับมัน ท้าทายกับมัน ค่อยๆพัฒนาปรับปรุงกระบวนการที่ทำให้ดีขึ้นไปเรื่อยๆ และภาคภูมิใจกับผลงานที่เกิดขึ้น และพร้อมแก้ไขเมื่อได้รับการฟีดแบค

• สำหรับหลุมพลางเรื่องการบริหารเวลานั้น เราต้องสร้างการรู้ตัวให้เกิดขึ้น ว่าเรามิได้ใช้เวลากับสิ่งที่เรารักมากจนทำให้ชีวิตเราเสียความสมดุลไปทั้งเรื่อง สุขภาพ ชีวิตครอบครัว รวมทั้งความสัมพันธ์กับคนรอบข้างและตัวเราเอง

• สิ่งที่เรารักนั้นไม่มีความยั่งยืน พอทำไปนานๆเราก็อาจเริ่มอิ่มตัว หรือมีสิ่งที่เรารักสิ่งใหม่เข้ามาในชีวิต หรือเราไม่สามารถทำสิ่งที่เรารักนั้นได้อีก เช่น อุปสรรคทางร่างกาย สติปัญญา เป็นต้น ซึ่งเราก็สามารถปรับเปลี่ยนสิ่งที่เรารักใหม่ได้ตามสภาพการณ์นั้นๆ

เพื่อนๆครับ การหาเลี้ยงชีวิต กับการใช้ชีวิต ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน การได้ใช้ชีวิตด้วยการทำสิ่งที่รัก จะทำให้เรามีความสุข และนำพาให้จดจ่อสิ่งนั้นจนทำได้ดี และเมื่อดีถึงขั้นหนึ่ง เราก็สามารถหาเลี้ยงชีพจากสิ่งนั้นได้ คราวนี้แหละ การหาเลี้ยงชีวิต กับการใช้ชีวิต ก็จะเป็นเรื่องเดียวกันแล้วหล่ะครับ

รักจากหมอคิม

29 มิถุนายน 2563