No.198 ชีวิตดีขึ้นได้จริงๆ เพียงแค่เขียนมันออกมา

No. 198

ชีวิตดีขึ้นได้จริงๆ เพียงแค่เขียนมันออกมา

การเขียน เป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งในการที่จะ “รู้จักตัวเอง” มากขึ้น ซึ่งมีความสำคัญมากในการเข้าใจตนเอง และพัฒนาชีวิตให้ดีขึ้น

มนุษย์ ประกอบด้วย “กาย+จิต” และในกายก็ยังประกอบด้วยอวัยวะมากมาย แต่ที่สำคัญมากๆ ซึ่งเป็นตัวเชื่อมระหว่างกายกับจิต คือ “สมอง” ดังนั้นจึงสามารถขยายความออกได้ คือ ชีวิตมนุษย์มีองค์ประกอบในการทำงาน 3 ส่วนคือ “กาย+สมอง+จิต”

การเขียน เพื่อทำความรู้จักกับองค์ประกอบ 3 ส่วนนี้ จะช่วยให้เรารู้จักและเข้าใจตัวเราเองได้ดีขึ้น

องค์ประกอบของการเขียนเพื่อจะให้เข้าถึง 3 องค์ประกอบนี้ จะต้องผ่านการทำความเข้าใจกับศูนย์ทั้ง 5 ดังนี้คือ

1. ธาตุแท้ หมายถึง ศักยภาพ พรสวรรค์ ที่เป็นเอกลักษณ์ในตัวเรา

2. สติปัญญา หมายถึง ความฉลาดทางความคิด ความมุ่งมั่นตั้งใจ

3. ความรู้สึก หมายถึง ความรู้สึกที่เกิดขึ้นทั้งทางร่างกาย และจิตใจ

4. ร่างกาย หมายถึง สรีระ ระบบชีววิทยาที่ทำงานภายในตัวเรา

5. มโนธรรม หมายถึง ปัญญาญาณในการชี้นำชีวิตเราให้ไปในทางที่ถูกต้อง

หลักการของการเขียนเพื่อวิเคราะห์ให้รู้จักตัวเองมากขึ้นนั้น ทำได้โดยการเขียนเพื่อเจาะลึกทำความเข้าใจในแต่ละศูนย์ จนสามารถค้นพบและเห็นถึงความเชื่อมโยงของแต่ละศูนย์ ซึ่งมีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตไปข้างหน้า

การเขียนดังกล่าวนี้เป็นทักษะ ที่ต้องได้รับการชี้นำจากครูผู้มีความชำนาญ และต้องหมั่นฝึกฝนเขียนบ่อยๆ ในประเทศไทยมีจัดการฝึกอบรมเรื่องนี้ เรียกการอบรมนี้ว่า “PRH: Personality and Human Relations”

เพื่อนๆครับ ถ้ามีโอกาสผมแนะนำอย่างมากครับ แล้วจะรู้ได้ด้วยตัวเองเลยว่า “การเขียนช่วยชีวิตเราได้จริงๆ”

รักจากหมอคิม

1 มิถุนายน 2563

No.197 จะเลือกเงินหรือชีวิต

No. 197

จะเลือกเงินหรือชีวิต

เงินกับชีวิตแยกกันไม่ขาด เงินช่วยให้ชีวิตมีความสุข และเงินก็สามารถทำร้ายชีวิต ก่อให้เกิดความทุกข์ได้เช่นกัน เหตุเพราะกิเลสในตัวเรานั่นเอง

ความโลภ อยากมีเงินเยอะมากกว่าคนอื่น ทำให้ต้องเหนื่อยหาเงินมากๆ

ความโกรธ ขัดข้องใจ กังวลกับการเก็บรักษา การใช้จ่ายที่มีตัวเลือกมากเกิน

ความหลง หลงในอำนาจเงิน มองไม่เห็นคุณค่าหรือความหมายของชีวิตที่แท้จริง

ทั้งหมดนี้เกิดจากดำเนินชีวิตโดยมีเงินเป็นที่ตั้ง เป็นทาสของเงิน ไม่มีอิสรภาพจากเงิน ถูกเงินบงการให้ใช้ชีวิตที่จริงๆแล้วเราไม่ต้องการ

การดำเนินชีวิตอย่างเพียงพอ รู้เท่าทันกิเลส รู้เท่าทันเงิน บริหารมัน ไม่ให้มันมาบริหารเรา สามารถทำได้ด้วย 7 ขั้นตอนดังนี้

1. สำรวจทรัพย์สิน และหนี้สินที่มีอยู่:

2. จดบันทึกรายรับรายจ่ายทุกวัน:

3. ทำตารางรายรับจ่ายรายเดือน เพื่อดูรายเหลือ:

4. ตั้งคำถามเพื่อปรับเปลี่ยนชีวิต: พลังชีวิตที่เสียไป กับความสุขที่เราได้รับจริงๆ มันคุ้มค่ากันไหม

5. ปรับการทำงานเพิ่มพลังชีวิต: ปรับเวลาทำงาน วิธีทำงาน ตัวงาน ให้เหมาะสมและดีที่สุดกับค่าตอบแทนที่ได้รับ

6. เรียนรู้และฝึกฝนเทคนิคการใช้ชีวิตอย่างประหยัด: มีมากมายหลายวิธี

7. นำเงินออมไปลงทุนอย่างถูกต้องเพื่อสร้างรายได้ต่อเนื่อง(Passive income): ต้องศึกษา และป้องกันเรื่องความเสี่ยง

เพื่อนๆครับ จะเลือกเงินหรือชีวิต คำตอบคือ เลือกทั้ง 2 อย่างครับ แต่เราจะต้องเลือกหาและใช้เงินอย่างถูกต้อง เพื่อเป็นพลังชีวิตให้กับเราอย่างมากที่สุด และนำพาชีวิตเราให้พบกับความสุขได้อย่างที่เราต้องการ

รักจากหมอคิม

25 พฤษภาคม 2563

No.196 จะอยู่รอดในยุคนี้ต้อง “เก่งแบบเป็ด”

No. 196

จะอยู่รอดในยุคนี้ต้อง “เก่งแบบเป็ด”

เราเชื่อกันมาตลอดว่า ถ้าเก่งสุดๆเพียงเรื่องเดียวก็พอแล้ว แต่ความเป็นจริงในโลกปัจจุบันไม่เป็นเช่นนั้นแล้วครับ เพราะถ้าเราต้องการอยู่ให้รอดในโลกปัจจุบันที่ซับซ้อนและมีคู่แข่งมากมาย(รวมทั้ง AI ปัญญาประดิษฐ์) เราจะต้อง “เก่งแบบเป็ด”

เก่งแบบเป็ด หมายถึง มีความรอบรู้ในเรื่องหลายเรื่อง ในศาสตร์หลายศาสตร์ เพราะจะช่วยให้เราสามารถดึงศักยภาพที่มีอยู่มากมายในตัวเราออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่ เราสามารถที่จะมีความคิดสร้างสรรค์ มองเห็นความเชื่อมโยง และความเป็นไปได้อย่างมากมาย ซึ่งสามารถนำมาบูรณาการสร้างสิ่งใหม่ๆที่มีคุณค่า มีความหมาย ให้กับสังคมชุมชนได้

ตรงกันข้าม ถ้าเราเก่งแบบผู้เชี่ยวชาญเพียงเรื่องเดียว ความรู้นั้นอาจขวางกั้นไม่ให้เรามองหรือคิดเชื่อมโยงกับเรื่องอื่นๆได้ เราก็จะคับแคบ อึดอัด และจมปลักอยู่กับเรื่องนั้น ออกจากกล่องไม่ได้เลย รวมทั้งเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากมาย หรือรวดเร็ว เราก็จะไม่สามารถปรับตัวเราให้ทันกับสถานการณ์นั้นได้ เราก็อาจไม่รอด

คุณลักษณะที่จะเก่งแบบเป็ดมี 3 อย่างคือ

• รู้จักและมีความเป็นตัวของตัวเอง(Individuality)

• มีความอยากรู้อยากเห็น(Curiosity)

• เพิ่มพูนปัญญาในศาสตร์ต่างๆ(Intelligences)

เพื่อนๆครับ คำกล่าวที่ว่า “รู้อะไร รู้กระจ่าง เพียงอย่างเดียว แต่ให้เชี่ยวชาญเถิด จะเกิดผล” สำหรับยุคนี้อาจจะต้องคิดใหม่แล้วนะครับ (อ่าน No.157: ยุคนี้ผู้รอบรู้เป็นผู้ชนะ)

รักจากหมอคิม

18 พฤษภาคม 2563

No.195 อยู่ชรา อย่างมีความสุข

No. 195

อยู่ชรา อย่างมีความสุข

คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่า ถ้าเราแก่ตัวลงจะมีแต่ความเสื่อม โรคภัย และมีความทุกข์ ลองมาฟังนักจิตวิทยาด้านสมอง Daniel J.Levitin แล้วเราจะเปลี่ยนความเชื่อเดิมๆหมด อยากเตรียมพร้อมเข้าสู่วัยชรา เพื่อใช้ชีวิตที่เหลืออย่างมีความสุข

• เมื่อเข้าวัยชรา ถึงแม้สมองจะเสื่อมลง แต่ยังมีข้อดีเพิ่มมากขึ้นคือ เราจะสงบขึ้น อารมณ์มั่นคงขึ้น รักเมตตากรุณามากขึ้น ให้อภัยมากขึ้น อดทนมากขึ้น ยอมรับเรื่องราวต่างๆได้มากขึ้น รวมทั้งความตายที่จะเกิดขึ้น

• แม้สมองจะเสื่อมลงตามวัย แต่ความจำระยะยาว ความรู้และทักษะต่างๆที่สั่งสมมาจากประสบการณ์ การตกผลึกความคิด ความสามารถในการมองภาพใหญ่ และการแก้ปัญหา สิ่งเหล่านี้ยังคงมีอยู่ เยอะเสียด้วย

• ถึงแม้จะเข้าวัยชรา แต่ก็สามารถเรียนรู้และฝึกทักษะทำสิ่งใหม่ๆ จนประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอน มีตัวอย่างให้เห็นมากมาย ไม่มีใครแก่เกินเรียน

มีหลักการ 5 ข้อที่จะทำให้เราอยู่ชรา อย่างมีความสุข – COACH

Curiosity, Openness, Association – สนใจใคร่รู้ เปิดตัวเปิดใจ คบค้าสมาคม

Conscientiousness – ซื่อสัตย์ ซื่อตรง เมตตากรุณา มีคุณธรรม

Healthy practices – กินอาหารสุขภาพ(กินแต่น้อย) ออกกำลังถูกต้อง(เดินมากหลากหลายสถานที่) นอนให้เพียงพอ(อย่างน้อย 7 ช.ม.)

เพื่อนๆครับ ยังไงเราก็ต้องแก่ และตายแน่นอน แต่เราสามารถเตรียมตัวที่จะเป็นคนแก่ที่แข็งแรง สุขภาพดี และมีความสุขได้นะครับ

รักจากหมอคิม

11 พฤษภาคม 2563

No.194 เมื่อทุกอย่างพังทลาย

No. 194

เมื่อทุกอย่างพังทลาย

ชื่อเรื่องน่าจะเข้ากับวิกฤตครั้งนี้ได้ดี โควิดเข้ามาทำให้ชีวิตหลายคนต้องพังทลายลงอย่างรวดเร็ว เราจะใช้สถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ เป็นหนทางในการฝึกใจของเราให้อยู่และผ่านมันไปได้อย่างไร

เพม่า โชดรัน ภิกษุณีในสายวัชรญาณ ได้บอกหนทางนี้อย่างเข้าใจได้ง่าย สามารถใช้ได้จริง แล้วจิตใจของเราจะกล้าแกร่ง เติบโตขึ้น และผ่านวิกฤตนี้ไปได้

• ความกลัว เป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติเมื่อเราเข้าใกล้ความจริง จงยอมรับ อย่าหนี เดินเข้าหา และสนิทกับมัน

• เมื่อทุกอย่างพังทลาย และเราไม่รู้ว่าจะต้องเผชิญกับอะไรบ้าง บททดสอบสำหรับเราก็คือ อยู่กับวิกฤตนั้นให้ได้ โดยไม่ตายด้านหรือเย็นชาไปเสียก่อน รักเมตตากรุณาตัวเอง ไม่ทะเลาะหรือกล่าวโทษตัวเอง

• ความทุกข์ณขณะนี้ คือ ครูที่ดีที่สุดของเรา และครูคนนี้จะอยู่กับเราเสมอ

• ความคิดต่างๆที่ผุดขึ้นมา แทนที่จะเหยียบมันให้จมหายไป หรือปล่อยให้มันเข้ามาครอบงำ เราเพียงแค่รับรู้ว่ามันเกิดขึ้น แล้วก็ปล่อยมันไป(คิดหนอ) ด้วยความผ่อนคลาย ไม่ตัดสิน จากนั้นกลับมายังปัจจุบันขณะ และอยู่กับมันเฉยๆ

• ด้วย “สติ” เราจึงมองเห็นสิ่งต่างๆที่กำลังเกิดขึ้นด้วยความเข้าใจ ด้วย “สัมปชัญญะ” เราจึงกระทำสิ่งต่างๆลงไปได้อย่างเหมาะสม ด้วย “สมาธิ” เราจึงมีเรี่ยวแรงในการกระทำ และด้วย “ปัญญา” เราจึงมีความเฉียบคมแม่นยำในการกระทำ

• ผ่อนคลายกับปัจจุบันขณะ ผ่อนคลายกับความสิ้นหวัง ผ่อนคลายกับความตาย ไม่มีแก่นสารอันถาวร ทุกสิ่งเปลี่ยนแปลงตลอด จงศิโรราบต่อความจริงที่ปรากฏ

• ความโดดเดี่ยวอันสงบเย็นมี 6 แบบคือ ลดความอยาก พอใจในตัวเอง หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ไม่จำเป็น มีวินัยกับตัวเอง ไม่ท่องไปในโลกความปรารถนา และไม่เสาะหาความมั่นคงจากความคิดที่ฟุ้งซ่าน

• การปฏิบัติในภาวะบีบคั้น คือ การอยู่กับปัจจุบันขณะได้โดยไม่ต้องแสวงหาหลักยืนอันมั่นคง ไม่กระโดดข้ามความบีบคั้นอันยิ่งใหญ่นั้น แต่ให้มองมันอย่างที่เป็น ไม่ใช่จากแง่มุมดีชั่ว แต่ด้วยความเป็นกลาง และความเป็นไปตามธรรมดา

• 3 วิธีรับมือเมื่อเจอกับสถานการณ์ยากลำบาก คือ 1.หยุดดิ้นรน(ฝึกสมถะ-วิปัสสนา) 2.รับทุกข์ ส่งสุข ด้วยลมหายใจเข้าออก(ทองเล็น) 3.มองสิ่งที่เกิดขึ้น ว่าเป็นการเผยแสดงของพลังแห่งการตื่นรู้(ปัญญาญาณ)

• กุญแจสำคัญของการปฏิบัติธรรม คือ การเปลี่ยนแปลงนิสัยและความคุ้นชินเดิมๆ โดยเฉพาะนิสัยของจิต ด้วยความผ่อนคลาย ปล่อยวาง ไม่คาดหวัง

เพื่อนๆครับ เราจะใช้วิกฤตครั้งนี้ เป็นโอกาสในการพัฒนาตัวเรา เราจะอยู่กับสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ด้วยการยอมรับ ผ่อนคลาย ไม่คาดหวัง แล้วเราจะแจ้งในความจริงด้วยตัวเราเอง คือ “ความไม่เที่ยง ความเป็นทุกข์ ความไม่มีตัวตน”

รักจากหมอคิม

4 พฤษภาคม 2563

No.193: 1+1=3

No. 193

1+1=3

มีการพูดถึง New Normal Post Covid กันหนาหู ผมชวนเพื่อนๆลองใช้บทความนี้สร้าง New Normal กันครับ

Dave Trott นักโฆษณาที่มีผลงานโด่งดัง นักเขียนหนังสือขายดี ได้นำเสนอมุมมองเกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์ที่น่าสนใจ ขอสกัด เรียบเรียง และเสริมแต่งมาให้เพื่อนๆอ่านกันครับ

• ความคิดสร้างสรรค์ มักเกิดจาก การเชื่อมโยง ผสมผสาน ที่สิ่งที่เรารู้มาทั้งหมด แล้วนำมาจัดองค์ประกอบเสียใหม่ และนำมาเสนอในรูปแบบที่โดนใจผู้ที่เป็นเป้าหมาย

• อย่ามัวแต่คิด อาย กลัว ให้ลงมือทำ เพื่อมิให้เสียใจภายหลัง

• ออกแบบงาน สร้างทางเลือก เพื่อให้บรรลุในสิ่งที่เราต้องการ (อย่าทู่ซี้ ทำแบบเดิมๆ)

• มันไม่มีเหตุผลตายตัว เราสามารถสร้างมัน(เหตุผล) ขึ้นมาใหม่ได้เสมอ

• ตั้งสติก่อน แล้วถามตัวเองว่า กำลัง(จะ)ทำอะไร ทำไม เพื่ออะไร

• นำเสนอความต้องการที่แม้ตัวเขาเองก็ยังไม่รู้ แล้วเขาจะร้อง…ว๊าววว!

• อย่ามัวพะวงแก้ไขกับจุดอ่อนของเรา แต่ให้ดึงจุดแข็งมาใช้ให้เต็มที่จะดีกว่า

• คิดอย่างไร ก็จะได้อย่างนั้น ความเชื่อสร้างความจริงได้เสมอ

• จงผ่อนคลาย สนุก ไม่กดดัน เพราะความสุข สร้างความสำเร็จให้เราได้จริงๆ

• ถ้าต้องการให้สำเร็จ ก็จงจดจ่อมันเพียงเรื่องเดียว

• กล้าที่จะแตกต่าง และแสดงความโดดเด่นออกมาให้เขาเห็น ด้วยความมั่นใจ

• อย่าเพียงแค่บอกให้เขาคิด แต่จงให้เขามีประสบการณ์ จนเขารู้สึกได้เอง

• ในเลวมีดี ในดีมีเลว ความย้อนแย้ง คือศิลปะที่งดงาม คือความแปลกตาที่น่าประทับใจ

เพื่อนๆครับ โลกกำลังพาเราเดิน แต่เราต้องหยุดเดินบ้าง เพื่อดูว่าเรากำลังเดินไปทางไหน เพื่ออะไร ทำไม แล้วการใช้ชีวิตเราจะได้ไม่สูญเปล่าไงครับ

รักจากหมอคิม

27 เมษายน 2563

No.192 ฝึก 7 ข้อนี้ แล้วคุณจะมีความสุข และประสบความสำเร็จ

No. 192

ฝึก 7 ข้อนี้ แล้วคุณจะมีความสุข และประสบความสำเร็จ

Shawn Achor นักเขียน นักพูด ที่ปรึกษาองค์กรชั้นนำในเรื่อง “จิตวิทยาเชิงบวก” ได้นำเสนอกลยุทธ์ 7 ข้อ ที่สรุปจากงานวิจัยของ Havard ซึ่งถ้าได้นำไปฝึกฝนปฏิบัติให้ได้จริงแล้ว จะนำพามาซึ่งความสุข ความสำเร็จ ทั้งกับตัวเราเอง และสังคมรอบตัวเรา

1. กลยุทธ์สุขไว้ก่อน:

– เมื่อเรามีความสุข สมองเราจะทำงานได้ดีขึ้น

– ความสุข หมายถึง ความพึงพอใจ + ความหมาย + เป้าหมาย

– ความสุข สร้างได้ เช่น ทำสมาธิ มีความหวัง ให้ความรักกรุณา สร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี ออกกำลังกาย จ่ายเงินเพื่อซื้อประสบการณ์ จ่ายเงินช่วยผู้อื่น ดึงลักษณะเด่นของตัวเองมาใช้

2. สร้างกรอบความคิดบวกให้สมอง:

– เราคิด เราเชื่ออย่าไร สมองก็จะจัดให้เราอย่านั้น

– พัฒนากรอบความคิดแบบพัฒนาได้ (growth mindset)

– ออกแบบพัฒนางาน ฝึกฝนจนชำนาญ สร้างความหมายและมองเห็นคุณค่าในงาน จนเกิดความรักในงานที่ทำ

3. สร้างประสบการณ์บวกให้สมอง:

– ฝึกสมองให้มองหาสิ่งดีๆ เพื่อเพิ่มโอกาส และประสบการณ์ดีให้ชีวิต

– ใช้เวลาวันละ 5 นาที เขียน “สิ่งดีๆ 3 อย่าง” ที่เกิดขึ้นใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา

– เขียนบันทึกเกี่ยวกับประสบการณ์ดีๆครั้งละ 20 นาที สัปดาห์ละ 3 ครั้ง

4. ล้มเพื่อก้าวไปข้างหน้า:

– กระตือรือร้น เรียนรู้ พัฒนา และเติบโตจากเรื่องเลวร้าย อุปสรรค และความล้มเหลว

– ปัญหาไม่ใช่ปัญหา แต่การรับมือกับปัญา คือ ปัญหาตัวจริง

– ความกลัวผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น มักเลวร้ายกว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงเสมอ

5. จงอยู่ในวงกลมที่เราควบคุมได้:

– จดจ่อกับสิ่งที่เราควบคุมและจัดการได้เท่านั้น

– เริ่มจากเป้าเล็กก่อน แล้วค่อยขยายไปสู่เป้าที่ใหญ่ขึ้น

– สร้างพลังเเห่งการจดจ่อด้วยการฝึกสติ สัมปชัญญะ และสมาธิ

6. สร้างความง่ายให้สมองด้วย “นิสัยเล็ก”

– เพิ่มความง่ายในสิ่งที่ต้องการทำ เพิ่มความยากในสิ่งที่ต้องการเลิก

– ทำสม่ำเสมอจนเคยชิน กลายเป็นนิสัย สมองจะทำงานได้ง่ายขึ้น

– เริ่มที่การสร้างนิสัยเล็กก่อน แล้วปล่อยให้ขยายใหญ่ขึ้นแบบธรรมชาติ ไม่เร่ง ไม่บีบคั้น

7. หาพลังสนับสนุนจากสังคมรอบตัว:

– เมื่อเกิดปัญหาอย่าสู้คนเดียว หารพลังจากภายนอกมาช่วย

– ความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบตัว นอกจากช่วยให้เรามีพลังที่ดีแล้ว ยังช่วยแนะนำและแก้ปัญหาให้เราได้ด้วย

– สร้างและสั่งสมความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบตัวในทุกโอกาสที่ทำได้

เพื่อนๆครับ เมื่อเราสามารถมีความสุขได้ในทุกสถานการณ์ เราก็สามารถส่งพลังความสุขนี้ออกไปได้เป็นวงกว้าง ผลที่ตามมาก็คือ “ความสุขทั่วหน้า” และความสำเร็จ ก็จะเป็นผลพลอยได้ตามมาอย่างไม่ต้องคาดหวังครับ

รักจากหมอคิม

20 เมษายน 2563