No. 153 เคล็ดลับความสำเร็จที่เหล่ากูรูอยากบอก

No. 153

เคล็ดลับความสำเร็จที่เหล่ากูรูอยากบอก

Tim Ferris ได้ทำการสัมภาษณ์ที่ปรึกษา ผู้ประสบความสำเร็จ ผู้นำระดับโลก ว่าพวกเขาเหล่านั้นมีเคล็ดลับการใช้ชีวิตอย่างไรที่นำพาพวกเขาให้ไปสู่ความสำเร็จตามที่ต้องการ

1. อ่านหนังสือดี ที่ชี้นำและสร้างแรงบันดาลใจ

2. เรียนรู้จากความล้มเหลว ใช้เป็นเครื่องมือการเรียนรู้ และพัฒนาตัวเอง

3. ลงทุนในตัวเอง เช่น ทักษะความเชี่ยวชาญในวิชาชีพ ภาษา สุขภาพกาย สุขภาพจิต เป็นต้น

4. พัฒนาตัวเองด้วยการ อยู่ในสังคมชุมชนที่ทำเรื่องที่เราสนใจ จัดสิ่งสำคัญในชีวิตให้มาก่อน มองโลกในมุมที่ต่างจากคนอื่น

5. กล้าปฏิเสธผู้อื่น และมีเวลาให้กับตัวเอง

6. จดจ่อทุ่มเทกับสิ่งที่เรารักในปัจจุบัน อย่ากลัวกับอนาคต

7. อย่าหลงเชื่อกระแสตามๆกัน เป็นตัวของตัวเองในแบบที่ดีที่สุด

8. ทำดีและให้คุณค่ากับตัวเองและผู้อื่น

ขอให้เพื่อนๆพบกับความสำเร็จในแบบที่ฝันนะครับ

รักจากหมอคิม

28 เมษายน 2562

No. 152 เป็นตัวคุณในแบบที่เจ๋งที่สุด

No. 152

เป็นตัวคุณในแบบที่เจ๋งที่สุด

Jen Sincero โค้ชชีวิต นักเขียน นักพูด เธอนำเสนอวิธีที่ทำให้เราสามารถใช้ชีวิตในแบบที่เราต้องการได้อย่างเยี่ยมที่สุด

คนส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้ชีวิตตามที่ตัวเองชอบ หรือทำสิ่งที่ตัวเองใฝ่ฝัน แต่มักทำตามเสียงภายนอก ทำตามผู้อื่น ทำเพราะผู้อื่น ซึ่งส่วนใหญ่มักมาจากความกลัว เราหลงลืมเสียงภายในของเรา

ความคิดลบที่ค้างอยู่ในจิตใต้สำนึกของเรา ทั้งที่ส่งจากผู้อื่นและจากตัวเราเอง มันคือตัวคอยบงการชีวิตเรา ให้ไหลไปในทางลบ และจำกัดศักยภาพและความทะเยอทะยานของเรา ดังนั้นเราจึงต้องหยุดรับความคิดลบเหล่านั้น เเล้วหันกลับมารักเมตตาตัวเอง ปรารถนาสิ่งดีๆให้กับตัวเอง พูดคุยกับตัวเองในทางที่ดีเป็นบวก เลิกเอาใจหรือเปรียบเทียบตัวเองกับผู้อื่น

เมื่อเราคิดบวกคิดถึงสิ่งที่เราต้องการ เราก็จะเริ่มส่งคลื่นพลังงานบวกออกไป ซึ่งจะไปดึงดูดสิ่งดีที่เป็นพลังบวกกลับมาหาเรา ไม่มัวแต่คิดอย่างเดียว แต่ต้องลงมือทำด้วย สร้างบรรยากาศที่เอื้ออำนวยต่อสิ่งนั้น แสดงออกว่าเราเป็นเช่นนั้นไปแล้วจริงๆ แล้วเราก็จะได้เป็นเช่นนั้นจริงๆ เรียกว่า “กฎแห่งแรงดึงดูด” The law of attraction ยิ่งเราทำได้ชัดเจนมากเท่าไหร่ ทำบ่อยมากเท่าไหร่ ผลลัพธ์ที่เราได้ก็จะตรงและเร็วไปตามนั้น

ถามตัวเองให้แน่ชัดว่า เราต้องการสิ่งนั้นจริงๆนะ เราต้องการมันไปทำไม เพื่อตัดความสงสัย ความลังเล และการผลัดวันประกันพรุ่งออกไป และเมื่อพบกับความล้มเหลวก็ไม่หยุด แต่ให้มองหาข้อผิดพลาดเพื่อการเรียนรู้ แก้ไข พัฒนา แล้วเดินหน้าต่อ

เราสามารถเพิ่มพลังจิตที่เป็นบวกนี้ได้ผ่านการทำ “สมาธิ” เป็นประจำทุกวัน

เราสามารถเพิ่มพลังบวกให้กับชีวิตเราได้อีกด้วยการเปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ แสดงความขอบคุณกับสิ่งต่างๆที่เกินขึ้นทุกวัน ให้อภัยผู้อื่นและตัวเองในความผิดพลาดหรือสิ่งไม่ดีที่เกิดขึ้น

มาใช้ชีวิตให้สุดเจ๋งในแบบที่เราต้องการกันนะครับ

รักจากหมอคิม

26 เมษายน 2562

No. 151 ดิจิตอลน้อยลง ชีวิตจะดีขึ้น

No. 151

ดิจิตอลน้อยลง ชีวิตจะดีขึ้น

ถึงแม้ว่าดิจิตอลจะช่วยให้ชีวิตเราสะดวกสบายขึ้น แต่ดิจิตอลก็ดึงความสุขที่แท้จริงของชีวิตเราไป

เพียงเราตัดลดการใช้ดิจิตอลที่ไม่มีประโยชน์ เช่น fb, line, twitter, Instagram, games, music, movie ….. เราก็สามารถมีเวลาไปเลือกทำสิ่งที่มีคุณค่ากับชีวิตเราได้มากมาย เช่น อ่านหนังสือ ออกกำลังกาย เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ใช้เวลากับคนที่เรารักอย่างจริงจัง จดจ่อกับงานที่กำลังทำ รวมทั้งอยู่กับตัวเองเงียบๆสงบ

ขอเพียงความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะมีชีวิตที่ดีขึ้น ตัดลดการใช้ดิจิตอลลง ใช้ชีวิตจริงๆมากขึ้น เราก็จะสามารถควบคุมชีวิตให้มีความสุขอย่างยั่งยืนได้แน่นอนครับ

รักจากหมอคิม

17 เมษายน 2562

No. 150 จดจ่อตั้งใจกับงาน

No. 150

จดจ่อตั้งใจกับงาน

ในโลกเทคโนโลยีปัจจุบัน เรามักจะถูกดึงความสนใจออกไป(distraction)จากงานที่เราตั้งใจจะทำ หรือเราก็มักจะทำอะไรหลายอย่างพร้อมๆกัน(multitasking) ซึ่งทั้งสองอย่างนี้ล้วนทำให้ประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการทำงานเราต่ำลง แต่เราก็แก้ไขมันไม่ได้สักที

Cal Newport อาจารย์ computer science แห่ง Georgetown U. ได้แนะนำหลักการที่ช่วยให้เราสามารถจดจ่อกับงานที่เราทำได้ทีละเรื่อง เพื่อเพิ่ม productivity ดังนี้

1. The monastic approach: ทำตัวเหมือนพระ ตัดสิ่งกวนใจออกจากตัวไปให้หมด

2. The bimodal approach: กำหนดเวลายาวที่เราจะจดจ่อกับงานอย่างเต็มที่ ส่วนเวลาที่เหลือให้เป็นเวลาอิสระ

3. The rhythmic approach: กำหนดเวลางานเป็นบล๊อกๆ เช่น บล๊อกละ 30-90 นาที

4. The journalistic strategy: ดึงเวลาว่างที่กระจัดกระจายในแต่ละวัน มาจัดให้เป็นเวลาที่สามารถจดจ่อกับงานได้

นอกจากนี้ยังต้องหาตัวช่วยที่จะทำให้เรามีพลังในการจดจ่อกับงานได้มากขึ้น คือ

1. หาพื้นที่ส่วนตัว ปราศจากการรบกวน (define your space)

2. ตัดสิ่งรบกวน (define boundaries) เช่น โทรศัพท์ อินเตอร์เน็ต

3. เพิ่มพลังให้กับตัวเอง เช่น ออกกำลังกายเบาๆ อาหาร กาแฟ เป็นต้น

และเมื่อเราสามารถจัดเวลาจดจ่อกับงานได้แล้ว เราก็ต้องจัดเวลากับสิ่งดีๆให้กับชีวิตเราด้วย เช่น อ่านหนังสือ ออกกำลังกาย ใช้เวลากับครอบครัว เพื่อน เป็นต้น

หวังว่าเพื่อนๆจะได้จัดเวลาใช้ชีวิตทำในสิ่งที่ต้องการได้อย่างเต็มที่นะครับ

รักจากหมอคิม

16 เมษายน 2562

No. 149 สร้างอารมณ์บวก สร้างความสุข

No. 149

สร้างอารมณ์บวก สร้างความสุข

Barbara L. Fredrickson ศาสตราจารย์จิตวิทยา แห่ง U.of North Carolina ได้เล่าเรื่องผ่านงานวิจัย ที่บอกถึงวิธีการสร้างอารมณ์บวกให้เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน ซึ่งจะส่งผลให้เรามีทัศนคติต่อการมีชีวิตที่ดี นำชีวิตเราให้เดินต่อไปข้างหน้า สร้างความสุขและความสำเร็จให้เกิดขึ้นในชีวิต

แต่เนื่องจากพื้นฐานของมนุษย์และสภาพแวดล้อม จึงทำให้มนุษย์มักจะมีอารมณ์ลบ(กลัว วิตก กังวล หวาดระแวง โกรธ…) มากและรุนแรงกว่าอารมณ์บวก(รัก สงบ ขอบคุณ ความหวัง สนุก ภูมิใจ….) ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องสร้างอารมณ์บวกให้มีปริมาณมากกว่าอารมณ์ลบในอัตราส่วนไม่น้อยกว่า 3:1(positivity emotion ratio) เราจึงจะสามารถสร้างความสุขให้มีเพิ่มมากขึ้นได้ (คนทั่วไปมี 2:1 คนซึมเศร้ามีน้อยกว่า 1:1)

วิธีการเพิ่ม Positivity Emotion Ratio:

1. สร้างนิสัยที่ทำแล้วเรารู้สึกดี: เช่น ออกกำลังกาย เดินเล่น ทานอาหารอร่อย ทำงานอดิเรกที่ชอบ คุยกับเพื่อนรัก….

2. เขียนบันทึกประจำวัน: สำรวจความรู้สึกของเราว่าอันไหนเป็นความรู้สึกที่ดีเป็นบวก และมันมาได้อย่างไร เพื่อนำไปสร้างให้เป็นนิสัย เขียนขอบคุณสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกดีให้ได้วันละ 3-5 เรื่อง

3. ฝึกกิจกรรมเจิญสติ(Mindfulness): มีสติอยู่กับปัจจุบันในพฤติกรรม ความคิด ความรู้สึก จะช่วยทำให้เราเกิดความรู้สึกตัว(awareness) สามารถควบคุมอารมณ์ลบไม่ให้ขยายตัวออก เบาบางลง รวมทั้งสร้างให้มีอารมณ์บวกได้มากขึ้น

4. ฝึกสมาธิ(Concentration meditation): การทำสมาธินอกจากช่วยให้เรามีพลังสติเพิ่มมากขึ้นแล้ว ยังช่วยให้เราใช้ชีวิตช้าลง อยู่กับอารมณ์บวกในปัจจุบันได้มากขึ้น ฝึกเป็นประจำทุกวันครั้งละอย่างน้อย 5 นาที เช้า-ก่อนนอน

เพื่อนๆครับ ความทุกข์ไม่ต้องหา มันมาเอง แต่ความสุขนั้นต้องสร้างขึ้น ด้วยการสร้างอารมณ์บวกให้เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันให้มากๆครับ

รักจากหมอคิม

30 มีนาคม 2562

No.148 กฎ 5 วินาทีเปลี่ยนชีวิต

No. 148

กฎ 5 วินาทีเปลี่ยนชีวิต

Mel Robbins นักวิจารณ์ข่าว CNN นักเขียน นักพูดสร้างแรงบันดาลใจ ได้แนะนำเทคนิคการสร้างพลังใจ แล้วลงมือทำทันที ด้วยการเตรียมใจเพียงแค่ 5 วินาที ซึ่งจะทำให้ชีวิตเราเปลี่ยนไปตามที่เราต้องการได้อย่างน่าอัศจรรย์

เมื่อมีเหตุการณ์สำคัญที่เราต้องตัดสินใจทำปรากฏอยู่ตรงหน้า เรามักจะเกิดความวิตก กังวล กลัว หมดแรง แล้วก็ไม่ได้ลงมือทำ ทำให้พลาดโอกาสดีๆไป หรือผลัดผ่อนยืดเวลาในสิ่งที่เราตั้งใจไว้ แล้วก็ไม่ได้ทำสักที

เราสามารถเตรียมใจรวบรวมดึงพลังจิตขึ้นมา ดันสิ่งที่มารบกวนความกล้าของเราออกไป สร้างแรงเชียร์ให้กับตัวเอง ด้วยการนับเลขถอยหลังจาก 5-4-3-2-1 แล้วเริ่มลงมือทำสิ่งนั้นทันที (the power of the push) และเมื่อเราลงมือทำบ่อยๆ ก็จะเกิดเป็นนิสัย พฤติกรรม แล้วชีวิตเราก็จะเปลี่ยนไป

อย่ามัวแต่รอให้มีอารมณ์ อย่าปล่อยชีวิตให้เป็นไปตามยถากรรม อย่าอยู่แต่ในพื้นที่เดิมๆ ทำสิ่งที่ซ้ำซาก น่าเบื่อ มาสร้างพลังใจ สร้างโอกาสดีๆให้กับตัวเอง ด้วยการนับเลขเพียงแค่ 5 วินาที แล้วลงมือทำเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง และออกเเบบชีวิตตามที่เราต้องการกันครับ

รักจากหมอคิม

25 มีนาคม 2562

No.147 น่ารู้เกี่ยวกับ “ความสำเร็จ”

No. 147

น่ารู้เกี่ยวกับ “ความสำเร็จ”

Eric Barker ได้เปิดเผยเรื่องราวเกี่ยวกับ “ความสำเร็จ” จากข้อมูลทางสถิติและงานวิจัย ซึ่งได้รับความสนและลงตีพิมพ์ในวรสารชื่อดังมากมาย

1. ความสำเร็จมักเป็นเรื่องของการ “แหกกฏ” มากกว่า “ตามกฏ”

2. ความสำเร็จมักเป็นเรื่องของ “ความหลงใหลส่วนตัว” มากกว่า “ตามสังคม”

3. คนดีอาจไม่ประสบความสำเร็จเสมอไป คือมีทั้งสำเร็จสุด และแย่สุด

4. “ชีวิตที่มีความหมาย” จะนำไปสู่ความมุมานะพยายามและความสำเร็จ

5. คนสังคมเก่ง(extrovert)มักสำเร็จในเรื่องธุรกิจ คนเก็บตัว(introvert)มักสำเร็จในความเชี่ยวชาญ

6. ความเชื่อมั่นตนเอง นำไปสู่ความสำเร็จ แต่ถ้ามีมากเกินก็จะนำไปสู่คุณลักษณะที่ไม่ดี เช่น เห็นแก่ตัว โกหก หลอกลวง ดูถูกผู้อื่น

7. การทำงานหนัก อย่างเดียวอาจไม่ได้นำไปสู่ความสำเร็จเสมอไป การมีครูชี้แนะจะช่วยดึงศักยภาพให้ก้าวข้ามขีดจำกัด นำไปสู่ความสำเร็จ

เป็นมุมมองเรื่องความสำเร็จที่น่าสนใจมากเลยครับ

รักจากหมอคิม

21 มีนาคม 2562